Responsive image
เมนูหลัก
หน้าหลัก
เกี่ยวกับตำบล
ประวัติความเป็นมา
สภาพทั่วไป
สภาพสังคม
สภาพทางเศรษฐกิจ
การบริการพื้นฐาน
สถานที่สำคัญ/แหล่งท่องเที่ยว
เกี่ยวกับเรา
วิสัยทัศน์/ยุทธศาสตร์การพัฒนา
โครงสร้างส่วนราชการ
หน้าที่และอำนาจ
แผนพัฒนาท้องถิ่น
แผนการดำเนินงาน
งานบริหารงานบุคคล
ข้อบัญญัติ
มาตรฐานการปฎิบัติงาน
ข้อมูลเชิงสถิติการให้บริการ
มาตรการภายในเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต
รายงานการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา
บุคลากร
คณะผู้บริหาร
สมาชิกสภา
หัวหน้าส่วนราชการ
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
ข่าวสารตำบล
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศรายละเอียดข้อมูลราคากลาง และการคำนวณราคากลาง
ข่าวกิจกรรม
คู่มือการปฏิบัติงาน
ข่าวรับสมัครโอน/ย้าย
แผนพัฒนาบุคลากร
คู่มือประชาชน
ITA
ITA ปี พ.ศ. 2565
ข่าวสารเครือข่าย
ข่าวประชาสัมพันธ์เครือข่าย
ข่าวกิจกรรมเครือข่าย
ปฏิทินกิจกรรมเครือข่าย
ข่าวรับสมัครโอน/ย้ายเครือข่าย
สินค้า OTOP เครือข่าย
งานจัดซื้อจัดจ้าง
แผนการจัดหาพัสดุ
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา
ประกาศผลการจัดซื้อจัดจ้าง
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง
รายงานผลการตรวจสอบการรับ-จ่ายพัสดุ
งานการเงินและการบัญชี
รายงานผลการดำเนินงาน
รายงานสถานะการเงิน
รายงานงบการเงิน
งานด้านจัดเก็บและพัฒนารายได้
งานบริการการจัดเก็บภาษี
แบบฟอร์มต่างๆ
ข่าวกิจการสภา
ประกาศกำหนดสมัยประชุม
ประกาศเรียกประชุมสภา
นัดประชุมสภา
รายงานการประชุมคณะผู้บริหาร
รายงานการประชุมสภา
ระเบียบ
หนังสือสั่งการ สถ.
พรบ./พรก.
กฎระเบียบกระทรวง
คำสั่ง สถ.
มติ ก. อบจ.
มติ ก. เทศบาล
มติ ก. อบต.
กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
หลักเกณฑ์การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
เว็บบอร์ด
พูดคุยเรื่องทั่วไป
ข้อเสนอแนะ ติชม
รับเรื่องราวร้องทุกข์
เว็บบอร์ดเครือข่าย
ติดต่อเรา
ติดต่อเรา
แผนที่ดาวเทียม




หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ข่าวประชาสัมพันธ์
กฎจราจรสำคัญอย่างไร เพราะเหตุใดเราจึงต้องปฏิบัติตาม ^_^

 
        กฎจราจรมีความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนและแม้กระทั่งคนเดินเท้าก็ต้องปฎิบัติตามกฎจราจรเช่นเดียวกัน กฎจราจรของคนเดินเท้าก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เช่น การเดิมข้ามถนนจะต้องเดินข้ามตรงทางม้าลายหรือสะพานลอยเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้คนเท้าเองและผู้ขับขี่รถยนต์ เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับคนเดินเท้า คือการข้ามถนนไม่ตรงจุดที่กำหนดให้คือทางม้าลายหรือสะพานลอยนั้นเอง ????????
#ประโยชน์จากการปฏิบัติตามกฎจราจร ดังนี้
✔1. ทำให้การจราจรบนท้องถนนไม่ติดขัด เมื่อทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดในการขับขี่ยานพาหนะแต่ละคนก็ขับขี่ไปตามเส้นทางของตน ตามกันข้าม ถ้ามีบางคนไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดขึ้นได้ รถยนต์????
✔2. การปฏิบัติตามกฎจราจรจะเป็นการปัองกันอุบัติเหตุที่จะน่ามาซึ่งความสูญเสียชีวิตทั้งร่างกายและทรัพย์สินของประชาชนและประเทศชาติในปัจจุบันนี้ยังมีผู้ฝ่าฝืนกฎหมายจราจรอยู่เสมอ จะเห็นได้จากข่าวอุบัติเหตุตามท้องถนนสายต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
เราเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยรณรงค์ให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายจราจร????
จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด หวังอย่างยิ่งว่าข้อมูลที่นำเสนอนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อย

ที่มาขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจจราจร

แต่ข้อกฎหมายที่ควรรู้ และ ที่เราต้องพบเจอในการใช้รถใช้ถนนบ่อยๆ และไม่ควรมองข้ามมีอะไรบ้างนั้น 

 
การจราจรที่ควรรู้ของประเทศไทย
 
1.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
โดยส่วนใหญ่เวลาเรานั่งรถยนต์ หรือ รถแท็กซี่โดยเฉพาะในส่วนของผู้โดยสารส่วนหน้าและผู้ขับ ซึ่งก็ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ละเมิดกฎจราจรข้อนี้อย่างบ่อยครั้ง และรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก็จะมีระบบเตือนให้เราคาเข็มขัดนิรภัย แต่ก็ยังมีคนที่ไม่คาดด้วยเช่นกัน ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็จะส่งผลกระทบรุนแรงกับผู้ใช้รถยนต์อย่างแน่นอน โดยกฎหมายได้มีการกำหนดให้ คาดเข็มขัดนิรภัยในขณะขับรถ บังคับใช้ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถแท็กซี่ รถตู้ บังคับให้ผู้ขับรถยนต์ และผู้ที่นั่งตอนหน้าข้างคนขับต้องคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย หากฝ่าฝืนจะมีโทษคือ ผู้ขับขี่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่ง และความผิดที่ไม่จัดคนนั่งด้านหน้าคู่กับคนขับให้คาดเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสาร โดยมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
 
2.การขับรถเร็วเกินกำหนด
เป็นกฎหมายการจราจรที่มีผู้ฝ่าฝืนมากที่สุดในข้อกฎหมายเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการแก้ปัญหาโดยการเพิ่มกล้องตรวจจับความเร็ว แต่พอเลยจุดที่ตรวจจับ ก็กลับมาใช้ความเร็วสูงเช่นเดิม โดยความเร็วที่ถูกกำหนดไว้นั่นคือ รถยนต์และรถจักรยนต์ ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกเขตเทศบาล และไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างในเขตเทศบาล กรุงเทพฯ และเมืองพัทยา แต่ในปัจจุบันก็ยังมีคนฝ่าฝืนกฎจราจรในข้อนี้จนเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
 
3.การเลี้ยวรถโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว
ทุกครั้งที่ต้องการเปลี่ยนช่องจราจรหรือเลี้ยวรถต่างๆ ไม่ว่าจะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ควรจะมีการเปิดสัญญาณไฟเลี้ยว เพื่อส่งสัญญาณให้รถยนต์ที่ขับอยู่ข้างหลังได้รู้ว่าคุณกำลังจะเลี้ยวออกไปฝั่งไหน เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ แต่ที่ยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยๆนั้น ก็มาจากการที่เปิดไม่เปิดไฟแล้ว และ การเลี้ยวแบบกระทันหัน ซึ่งในความจริงแล้ว เราควรเปิดไฟเลี้ยวให้รถยนต์คันหลังเห็นอย่างชัดเจนก่อนที่เราจะทำการเลี้ยวรถ เช่น หากรถวิ่งอยู่ที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าก่อน 60 เมตร หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
 
4.หยุดรถกีดขวางการจราจร
การหยุดรถในเขตห้ามหยุด จนเป็นสาเหตุให้เกิดการกีดขวางการจราจรให้รถยนต์คันอื่นนั้นไม่สามารถเข้าออกได้ ซึ่งสาเหตุแบบนี้เราก็สามารถพบเห็นได้บ่อยในสังคมไทยปัจจุบัน ซึ่งจะมีโทษตามความผิด คือ ปรับไม่เกิน 500 บาท
 
5.ขับรถยนต์ช้าแช่ขวา
ถึงแม้ว่าจะขับรถด้วยความเร็วที่สูง ตามที่ข้อกฎหมายกำหนด แต่ผู้ที่ขับขี่ก็ต้องมีการขับซ้ายให้รถที่เร็วกว่าแซงขึ้นไปได้ โดยจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และความผิดในข้อหาขับรถกีดขวางการจราจร โทษสูงสุด 1,000 บาท
 
6.การจอดรถยนต์ในที่ห้ามจอด
การจอดรถในที่ห้ามจอดหรือป้ายห้ามจอด สามารถพบเห็นได้บ่อยๆ ซึ่งการจอดรถในเขตพื้นที่ที่มีเส้นขาวแดงหรือว่าป้ายห้ามจอดนั้น จะมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
 
7.ขับรถไม่พกสำเนาภาพถ่ายคู่มือจดทะเบียนรถ
หลาย ๆ คนที่มีเล่มทะเบียนรถแล้วนั้นต้องมีสำเนาเล่มทะเบียนติดรถไว้ด้วย เพราะตามกฎหมายกล่าวว่า ผู้ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตขับรถและสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ ในขณะขับขี่หรือควบคุมผู้ฝึกหัดขับรถยนต์ เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ โดยมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
 
8.ไม่หยุดรถให้คนข้ามถนนไปก่อน
หากเห็นคนกำลังข้ามถนนตามกฎหมายแล้วนั้น ผู้ใช้รถต้องหยุดให้คนข้ามทางม้าลายก่อน ซึ่งหากไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท
 
9.เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่จำเป็น
ในปัจจุบันนิยมใช้ไฟตัดหมอกในการขับขี่ยามค่ำคืน เพื่อที่จะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยหรือการมองเห็นในยามค่ำคืนมากยิ่งขึ้น แต่ไฟตัดหมอกนั้นจะมีการถูกปรับแต่งให้ตั้งมุมแสงส่องลงด้านล่าง แต่รู้หรือไม่ว่าการใช้ไฟตัดหมอกขับรถตามท้องถนนทั่วๆไปจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
 
โดยแต่ละข้อกฎหมายนั้นเราจะเล็งเห็นได้ว่าเป็นข้อกฎหมายที่อยู่ใกล้ตัว และอาจจะเป็นข้อกฎหมายที่หลาย ๆ คนยังใช้ในชีวิตประจำวัน โดยอาจไมรู้ตัวว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นผิดกฎหมาย และมีโทษปรับ การปฏิบัติตามกฎจราจรนั้นจะทำให้เราถึงที่หมายอย่างปลอดภัย และลดอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย
 
การจราจรที่ควรรู้ของประเทศไทย
 
1.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
โดยส่วนใหญ่เวลาเรานั่งรถยนต์ หรือ รถแท็กซี่โดยเฉพาะในส่วนของผู้โดยสารส่วนหน้าและผู้ขับ ซึ่งก็ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ละเมิดกฎจราจรข้อนี้อย่างบ่อยครั้ง และรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก็จะมีระบบเตือนให้เราคาเข็มขัดนิรภัย แต่ก็ยังมีคนที่ไม่คาดด้วยเช่นกัน ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็จะส่งผลกระทบรุนแรงกับผู้ใช้รถยนต์อย่างแน่นอน โดยกฎหมายได้มีการกำหนดให้ คาดเข็มขัดนิรภัยในขณะขับรถ บังคับใช้ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถแท็กซี่ รถตู้ บังคับให้ผู้ขับรถยนต์ และผู้ที่นั่งตอนหน้าข้างคนขับต้องคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย หากฝ่าฝืนจะมีโทษคือ ผู้ขับขี่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่ง และความผิดที่ไม่จัดคนนั่งด้านหน้าคู่กับคนขับให้คาดเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสาร โดยมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
 
2.การขับรถเร็วเกินกำหนด
เป็นกฎหมายการจราจรที่มีผู้ฝ่าฝืนมากที่สุดในข้อกฎหมายเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการแก้ปัญหาโดยการเพิ่มกล้องตรวจจับความเร็ว แต่พอเลยจุดที่ตรวจจับ ก็กลับมาใช้ความเร็วสูงเช่นเดิม โดยความเร็วที่ถูกกำหนดไว้นั่นคือ รถยนต์และรถจักรยนต์ ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกเขตเทศบาล และไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างในเขตเทศบาล กรุงเทพฯ และเมืองพัทยา แต่ในปัจจุบันก็ยังมีคนฝ่าฝืนกฎจราจรในข้อนี้จนเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
 
3.การเลี้ยวรถโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว
ทุกครั้งที่ต้องการเปลี่ยนช่องจราจรหรือเลี้ยวรถต่างๆ ไม่ว่าจะเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ควรจะมีการเปิดสัญญาณไฟเลี้ยว เพื่อส่งสัญญาณให้รถยนต์ที่ขับอยู่ข้างหลังได้รู้ว่าคุณกำลังจะเลี้ยวออกไปฝั่งไหน เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ แต่ที่ยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยๆนั้น ก็มาจากการที่เปิดไม่เปิดไฟแล้ว และ การเลี้ยวแบบกระทันหัน ซึ่งในความจริงแล้ว เราควรเปิดไฟเลี้ยวให้รถยนต์คันหลังเห็นอย่างชัดเจนก่อนที่เราจะทำการเลี้ยวรถ เช่น หากรถวิ่งอยู่ที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าก่อน 60 เมตร หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
 
4.หยุดรถกีดขวางการจราจร
การหยุดรถในเขตห้ามหยุด จนเป็นสาเหตุให้เกิดการกีดขวางการจราจรให้รถยนต์คันอื่นนั้นไม่สามารถเข้าออกได้ ซึ่งสาเหตุแบบนี้เราก็สามารถพบเห็นได้บ่อยในสังคมไทยปัจจุบัน ซึ่งจะมีโทษตามความผิด คือ ปรับไม่เกิน 500 บาท
 
5.ขับรถยนต์ช้าแช่ขวา
ถึงแม้ว่าจะขับรถด้วยความเร็วที่สูง ตามที่ข้อกฎหมายกำหนด แต่ผู้ที่ขับขี่ก็ต้องมีการขับซ้ายให้รถที่เร็วกว่าแซงขึ้นไปได้ โดยจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และความผิดในข้อหาขับรถกีดขวางการจราจร โทษสูงสุด 1,000 บาท
 
6.การจอดรถยนต์ในที่ห้ามจอด
การจอดรถในที่ห้ามจอดหรือป้ายห้ามจอด สามารถพบเห็นได้บ่อยๆ ซึ่งการจอดรถในเขตพื้นที่ที่มีเส้นขาวแดงหรือว่าป้ายห้ามจอดนั้น จะมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
 
7.ขับรถไม่พกสำเนาภาพถ่ายคู่มือจดทะเบียนรถ
หลาย ๆ คนที่มีเล่มทะเบียนรถแล้วนั้นต้องมีสำเนาเล่มทะเบียนติดรถไว้ด้วย เพราะตามกฎหมายกล่าวว่า ผู้ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตขับรถและสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ ในขณะขับขี่หรือควบคุมผู้ฝึกหัดขับรถยนต์ เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ โดยมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
 
8.ไม่หยุดรถให้คนข้ามถนนไปก่อน
หากเห็นคนกำลังข้ามถนนตามกฎหมายแล้วนั้น ผู้ใช้รถต้องหยุดให้คนข้ามทางม้าลายก่อน ซึ่งหากไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท
 
9.เปิดไฟตัดหมอกโดยไม่จำเป็น
ในปัจจุบันนิยมใช้ไฟตัดหมอกในการขับขี่ยามค่ำคืน เพื่อที่จะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยหรือการมองเห็นในยามค่ำคืนมากยิ่งขึ้น แต่ไฟตัดหมอกนั้นจะมีการถูกปรับแต่งให้ตั้งมุมแสงส่องลงด้านล่าง แต่รู้หรือไม่ว่าการใช้ไฟตัดหมอกขับรถตามท้องถนนทั่วๆไปจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
 
โดยแต่ละข้อกฎหมายนั้นเราจะเล็งเห็นได้ว่าเป็นข้อกฎหมายที่อยู่ใกล้ตัว และอาจจะเป็นข้อกฎหมายที่หลาย ๆ คนยังใช้ในชีวิตประจำวัน โดยอาจไมรู้ตัวว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นผิดกฎหมาย และมีโทษปรับ การปฏิบัติตามกฎจราจรนั้นจะทำให้เราถึงที่หมายอย่างปลอดภัย และลดอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย
โพสเมื่อ : 20 เม.ย. 2564